AIR VRV - VRF

ระบบ VRV (Variable Refrigerant Volume) หรือ ระบบ VRF (Variable Refrigerant Flow)

เป็นระบบของเครื่องปรับอากาศของเครื่องปรับอากาศที่มีลักษณะการทำงานที่สามารถเปลี่ยนแปลงปริมาณสารทำความเย็นตามภาระของโหลดและเครื่องปรับอากาศ ขณะที่มีการทำงานของเครื่องปรับอากาศเยอะตัวควบคุมจะทำงานโดยสั่งให้มีการจ่ายน้ำยาเข้าไปในระบบเยอะ ขณะที่เครื่องปรับอากาศทำงานน้อย ระบบจะควบคุมในการจ่ายปริมาณน้ำยาให้เพียงพอกับการทำงาน ระบบนี้เหมาะกับการติดตั้งในอาคารที่ถูกจำกัดในเรื่องของพื้นที่วางคอยล์ร้อน (CONDENSOR UNIT) เพราะคอยล์ร้อน 1 ตัว สามารถทำการเชื่อมต่อกับคอยล์เย็น (FAN COIL UNIT) ภายในอาคารได้หลายตัว ซึ่งอาจจะอยู่ชั้นเดียวกันหรือหลายชั้นก็ได้ ซึ่งการทำงานของคอยล์เย็นนั้นมีการทำงานที่แยกอิสระต่อกัน จึงสามารถทำการควบคุมอุณหภูมิได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

ในปัจจุบันประเทศไทยได้มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศแทบทุกอาคาร และพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ส่วนใหญ่นั้นก็มาจากระบบเครื่องปรับอากาศ จึงทำให้มีการพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมในระบบเครื่องปรับอากาศ โดยที่กำลังนิยมติดตั้งในอาคารนั้นคือ ระบบเครื่องปรับอากาศแบบ VRV หรือ VRF  อุปกรณ์ในการควบคุมมีอยู่ 4 แบบ

  • Individual Control มีแบบ remote และแบบ wired
  • Centralized Control มี indoor unit control และ outdoor unit monitor
  • BMS Gateway Controller มี 4 อุปกรณ์ให้เลือกในการส่งข้อมูล ได้แก่ BACNET LONWORKS MODBUS และ KNX
  • Intelligent Control เป็นระบบอัจฉริยะที่ควบคุมผ่านคอมพิวเตอร์ Network

ข้อดีของแอร์ระบบ VRV/VRF คือ

1. ระบบนี้เป็นเทคโนโลยีที่ควบคุมการจ่ายปริมาณสารทำความเย็นโดยตรงโดยติดตัวควบคุมการจ่ายสารทำความเย็นไว้ที่ตัวคอยล์เย็น (Indoor Unit) ทำให้ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำ และประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับระบบปรับอากาศอื่น ๆ
2. มีระบบปรับปรุงคุณภาพของอากาศให้ดีขึ้นได้ด้วยการระบายอากาศลดความชื้น และกระบวนการอื่นๆ ทำให้ผู้ใช้งานมีอยู่ในสภาวะสบายตลอดเวลา
3. การเดินท่อน้ำยา สามารถทำได้ในระยะที่ไกลกว่าแอร์ระบบทั่วไปเป็นอย่างมาก จึงสามารถหาตำแหน่งวาง Condensing Unit หรือ คอยล์ร้อน ได้ง่าย และเข้ากับงานโครงสร้างของแต่ละอาคารได้เป็นอย่างดี
3. ใช้พื้นที่ในวางติดตั้งคอยล์ร้อนหรือ Outdoor Unit น้อย (เพราะมีคอยล์ร้อนไม่กี่ตัว) ทำให้อาคารสถานที่ดูสวยงาม
4. Indoor Unit หรือ คอยล์เย็น สามารถควบคุมได้อย่างอิสระต่อกัน
5. มีขนาด BTU ที่เยอะ คือไม่ว่าจะพื้นที่ที่ต้องการปรับอากาศใหญ่แค่ไหน ก็มี BTU ที่รองรับได้
6. มีประเภท Indoor Unit ให้เลือกหลายประเภท ซึ่งทำให้ง่ายต่อการเลือกให้เข้ากับงานออกแบบภายใน ไม่ว่าจะเป็น แอร์ติดผนัง แอร์แขวน แอร์ฝังฝ้า แอร์ตู้ตั้ง แอร์ต่อท่อลม
7. สามารถควบคุมเครื่องปรับอากาศจากส่วนกลาง ซึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ ได้สร้างความสะดวกสบาย และสามารถทำให้เจ้าของอาคาร สามารถควบคุมเครื่องปรับอากาศจากห้องควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเวลา เปิด-ปิด ล่วงหน้า, ตั้งอุณหภูมิแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน, เลือกที่จะปิด หรือเปิดเครื่องปรับอากาศแต่ละโซน แต่ละห้อง, อนุญาต หรือ ไม่อนุญาตให้ทาง user หรือผู้ใช้งานปรับอุณหภูมิ เป็นต้น

ข้อเสียของแอร์ระบบ VRV/VRF คือ

1. ราคาสินค้าและค่าติดตั้งสูงกว่าเครื่องปรับอากาศทั่วไป
2. หากเครื่องมีปัญหาจะทำให้ไม่สามารถทำความเย็นได้หลายจุดพร้อมกัน ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลรักษาตรวจเช็คเป็นประจำ
3. การซ่อมบำรุง แอร์ระบบธรรมดา หรือ split type ช่างทั่วไปซ่อมได้ แต่ถ้าเป็น แอร์ระบบ VRV VRF นั้น ต้องใช้ช่างผู้ชำนาญการมากกว่า

ระบบควบคุมอัจฉริยะ

การควบคุมความเย็นผ่านการประมวลผลด้วย Micro processor ที่สามารถทำความเย็นได้แม่นยำประสานกับการทำงานด้วยระบบอินเวอร์เตอร์ ทำให้ได้ความเย็นที่คงที่และประหยัดพลังงานสูงสุด การทำงานแยกย่อยเป็น modular แต่ประสานการทำงานรวมจนกลายเป็นระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ ความยืดหยุ่นในการเลือกชุดภายในที่มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ระบบควบคุมส่วนกลางอัจฉริยะที่สามารถปรับการควบคุมการทำงานของทั้งอาคารได้ภายในปุ่มเดียว อีกทั้งยังสามารถควบคุมผ่านแอปบนมือถือง่ายๆแค่เพียงปลายนิ้ว